ครูสาคร ยังเขียวสด ศิลปินแห่งชาติสาขา ศิลปะการแสดง ( ละครเล็ก ) ประจำปี พ . ศ . 2539

การละเล่นหุ่น นับเป็นมหรสพที่อยู่คู่สังคมไทยมานานหลายร้อยปีนับจากกำเนิดหุ่นหลวงหรือ
หุ่นใหญ่ในสมัยกรุงศรีอยุธยาหุ่นเล็กชุดงิ้ว จีน และหุ่นเล็กชุดรามเกียรติ์ในสมัยรัชกาลที่ 4
การละเล่นหุ่นพัฒนาต่อมาจนกลายเป็นมหรสพของชาวบ้านประกอบด้วยหุ่นกระบอกและ
หุ่นละครเล็ก

หุ่นละครเล็ก นับเป็นมหรสพที่มีเอกลักษณ์อยู่ที่ลีลาการเคลื่อนไหวเหมือนมีชีวิต อันเกิดจาก
การสานศิลปะหลายแขนง ปัจจุบันมี เพียงคณะสาครนาฏศิลป์คณะเดียวที่มีความรู้ ความสามารถ
ในการแสดงหุ่นละครเล็ก โดยมีครูสาคร ยังเขียวสดศิลปินแห่งชาติสาขา ศิลปะการแสดง
( ละครเล็ก ) ประจำปี พ . ศ . 2539 เป็นเสาหลักของคณะ

องค์ความรู้ทั้งศาสตร์และศิลป์การสร้างและแสดงหุ่นละครเล็กกำลังได้รับการสืบทอดผ่านคน
รุ่นที่สองและคนรุ่นถัดไป อีกทั้งยังมี การจัดตั้งคณะโขนเด็กซึ่งเป็นเสมือนเวทีเตรียมความพร้อม
และบ่มเพาะความรักความผูกพันต่อศิลปะการแสดง

การแสดงหุ่นละครเล็กคณะสาครนาฏศิลป์ สะท้อนให้เห็นมิติของการปรับประยุกต์ และพัฒนาต่อ
โดยไม่ยึดติดกับขนบเดิมจนเกิน ไป คณะสาครนาฏศิลป์สามารถทำลายข้อจำกัดของการแสดง
โดยไม่จำเป็นต้องใช้เวทีหรือฉาก ทำให้สามารถเปิดการแสดงได้ในพื้นที่ จำกัดอีกทั้งยังมีการ
สอดแทรกสถานการณ์ปัจจุบันหรือมุกตลกร่วมสมัย โดยไม่กระทบต่อตัวบทหลักการแสดงอย่าง
มีปฏิสัมพันธ์กับผู้ชม นับเป็นเสน่ห์อีกประการหนึ่งของหุ่นละครเล็ก ที่ให้ความรู้สึกมีส่วนร่วม
และเพิ่มสีสันให้การแสดงดู " สด " ยิ่งขึ้น

เรื่องราวของครูสาคร ยังเขียวสดและคณะสาครนาฏศิลป์ คืออีกชีวิตอีกฉากหนึ่งของมหรสพ
ดั้งเดิมของไทย สื่อแสดงให้ เห็นพลัง จิตนาการ พลังการเรียนรู้ สร้างสรรค์ ถ่ายทอดภูมิปัญญา
ของสังคมไทยผ่านงานศิลปวัฒนธรรม อันเปี่ยมด้วยพลังชีวิต มีความสง่างาม เปี่ยมด้วยอารมณ์
เพื่อเป็นสะพานเชื่อมความเข้าใจในวิถีชีวิต จิตวิญญาณของวัฒนธรรมไทยระหว่างคนรุ่นต่อรุ่น
และเพื่อเปิดอีกหนึ่งมุมมองต่ออนาคตความอยู่รอดของศิลปวัฒนธรรมไทยที่มาของ
โจหลุยส์เธียเตอร์

สาคร ยังเขียวสด " โจหลุยส์ " ครูผู้ให้ชีวิต

มหรสพหุ่นละครเล็กห่างหายจากวิถีชีวิตของคนไทยไปนานเกือบ ๕๐ ปี กว่าจะได้ปรากฏสู่ความ
รับรู้และความเข้าใจของสาธารณ ชนอีกเป็นครั้งแรกในปี พ . ศ . ๒๕๒๘ โดยมีนายสาคร ยังเขียวสด หรือครูโจหลุยส์ เป็นผู้ริเริ่มสร้างสรรค์และปรับประยุกต์หุ่นละครเล็ก เพื่อถ่ายทอดศาสตร์และ
ศิลปะการแสดงหุ่นละครเล็กแก่คนรุ่นหลัง

นายสาคร ยังเขียวสด เป็นบุตรของนายคุ่ยและนางเชื่อม ยังเขียวสด ซึ่งทั้งสองเป็นศิลปินโขนละคร
นายสาคร ยังเขียวสด เกิดปี พ . ศ . ๒๔๖๗ คุณย่าหลั่งภรรยาพ่อครูแกรตั้งชื่อให้ว่า " สาคร "
เพราะขณะนั้นหุ่นละครเล็กพ่อครูแกรกำลังแสดงเรื่องพระอภัยมณีคุณย่าปลั่ง จึงนำชื่อ
" สุดสาคร " ตัวละครในเรื่องพระอภัยมณีมาตั้งเป็นชื่อให้ .. อันเป็นที่มาของชื่อโรงละคร
โจหลุยส์เธียเตอร์

นายสาคร ยังเขียวสด มีชื่อเล่นเมื่อครั้งยังเด็ก ว่า " หลิว " แต่ครั้นโตขึ้นได้เข้าสู่วงการแสดง ได้เป็น
เจ้าของคณะลิเก และชอบแสดง เป็นตัวตลกประจำคณะ จึงมีผู้เรียกชื่อเล่นเพี้ยนจากหลิวเป็น หลุยส์
และภายหลังมีผู้เติมสมญานามว่า โจ ให้อีก จึงกลายเป็น โจหลยส์ ซึ่ง เป็นชื่อที่รู้จักกันอย่าง
กว้างขวางในวงการแสดง และปัจจุบันได้นำชื่อ โจหลุยส์ มาตั้งเป็นชื่อของโรงละครโดยใช้ชื่อว่า
" โจหลุยส์เธีย เตอร์ "

ฟื้นลมหายใจของหุ่นละครเล็ก

หุ่นละครเล็กกลับมาโลดเต้นบนเวทีการแสดงเป็นครั้งแรกหลังจากหายไปนานกว่า ๕๐ ปีในงาน
เทศกาลเที่ยวเมืองไทยปี พ . ศ . ๒๕๒๘ โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้ขอร้องให้ครูโจหลุยส์
จัดการแสดงขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ครูโจหลุยส์จึงตัดสินใจทำพิธีบูชาพ่อครูแกรเจ้าของหุ่นเพื่อขออนุญาต
จัดทำหุ่นเพิ่มเติม ในงานนี้ครูโจหลุยส์ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณแสดงหน้าพระที่นั่งสมเด็จ
พระ เทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีในงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ณ สวนอัมพร
และแสดงสาธิตหุ่นละครเล็กที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่ง ประเทศไทย ในปี พ . ศ . ๒๕๓๐

ในขณะนั้นครูโจหลุยส์ได้ตั้งชื่อคณะหุ่นละครเล็กของท่านว่า " หุ่นละครเล็กคณะสาครนาฏศิลป์
ละครเล็กหลานครูแกร " หุ่นละคร เล็กของครูโจหลุยส์เป็นที่ชื่นชอบของผู้ชมเป็นอันมากด้วย
ลักษณะพิเศษของหุ่นละครเล็กที่เคลื่อนไหวได้ทุกส่วนคล้ายคนจริงและความ สวยงามของ
เครื่องแต่งกายแบบโขนละครจริง รวมทั้งศิลปะการเชิดที่แตกต่างจากการเชิดหุ่นกระบอกที่คุ้นเคย

หุ่นละครเล็กของครูโจหลุยส์ ได้รับการพัฒนาให้สามารถหันหน้าได้ทุกตัว มีรูปทรงได้สัดส่วน
งดงามมากขึ้น ใส่เครื่องประดับที่ งดงามมากขึ้น และมีความประณีตในการแสดงมากขึ้นเพื่อให้
หุ่นมีท่วงท่าการรำ และการเจรจาเหมือนคนจริงทั้งยังคิดให้มีการเชิดหน้า โรง เพื่อให้ผู้ชมได้มี
โอกาสชมลีลาการแสดงของผู้เล่นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และมีการสาธิตวิธีการเชิดก่อนการแสดงด้วย
นอกจากนี้ครูโจหลุยส์ ยังได้ดัดแปลงให้หุ่นละครเล็กแสดงเรื่องรามเกียรติ์โดยสมบูรณ์ ทั้งนี้เพราะ
เป็นเรื่องสนุก ตัวละครมีความสง่างาม เดิมหุ่นละครเล็กจะแสดงเรื่องรามเกียรติ์เพียงเล็กน้อย
เฉพาะตอนเปิดเรื่อง เพื่อเป็นการเบิกโรงเท่านั้น ต่อจากนั้นจะแสดงละครซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่อง
พระอภัยมณี

หุ่นละครเล็กคณะครูโจหลุยส์ จึงเป็นที่รู้จักแพร่หลายผ่านสื่อมวลชนรวมทั้งได้รับการเชิดชูจาก
สถาบันการศึกษาต่าง ๆ อีกทั้งยังได้ เป็นตัวแทนประเทศไทยไปเผยแพร่ศิลปะการแสดงหุ่นละคร
เล็กในประเทศต่าง ๆ

" ครูโจหลุยส์ ในฐานะผู้ฟื้นฟูชีวิตหุ่นละครเล็กให้กลับคืนมาเป็นศิลปะการแสดงที่เชิดหน้าชูตา
ของประเทศชาติ และเป็นผู้สืบ ทอดมรดกของชาติ ได้รับยกย่องประกาศเกียรติคุณเป็นศิลปิน
แห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง ( ละครเล็ก ) ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๓๙ "

สืบสานไว้ให้ลูกหลาน

ครูโจหลุยส์เป็นศิลปินโดยสายเลือดโดยแท้ ครูรักงานศิลปะการแสดงทุกประเภท โดยเฉพาะการ
เชิดหุ่นละครเล็กนั้นนับเป็นชีวิตจิต ใจก็ว่าได้ ครูทำหุ่นเพื่อเชิดเอง แต่งบทละครสำหรับแสดง
ฝึกหัดและกำกับการแสดงด้วยตนเอง

ลิเก และการเชิดหุ่นละครเล็ก ครูโจหลุยส์เพียงคนเดียวจึงสามารถสอนศิลปะการแสดงของ
ตัวละครได้ทุกตัว ทั้งการร้องและการรำ แก่ลูก ๆ ทั้งหญิงชาย ทั้ง ๙ คน ให้มีความสามารถ
ในการแสดงทุกชนิดนับแต่ยังเยาว์วัย

นายสุรินทร์ ยังเขียวสด บุตรชายคนที่ ๗ ของครูโจหลุยส์ คือหนึ่งในผู้สืบทอดที่มีความรัก และ
สนใจศิลปะด้านนี้อย่างจริงจัง จน ครูโจหลุยส์มอบหมายให้เป็นผู้ดูแลและจัดการเกี่ยวกับ
การรับงานแสดงและด้านการเงินในคณะ การฝึกซ้อมเด็กรุ่นใหม่ การ “ แจกบท ” ให้ กับผู้แสดงในคณะทุกคน รวมทั้งเป็นผู้แสดงหลักอีกด้วย การสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมสืบมา
จนถึงชั้นลูกหลานอีกกว่า ๑๐ ชีวิต จน สามารถจัดตั้งเป็นคณะโขนเด็กขึ้น ออกแสดงงานเป็น
ที่ประทับใจแก่ผู้ชมเป็นอันมากคณะสาครนาฏศิลป์ จึงประกอบด้วยทุกชีวิตที่เป็น เลือดเนื้อเชื้อ
ไขของนายสาครทั้งสิ้น เมื่อลูก ๆ แต่งงานมีครอบครัว เขยและสะใภ้ ทุกคนจะได้รับการฝึกฝน
ให้เป็นนักแสดงทั้งหมด

ความใฝ่ฝันสูงสุดของคนหนุ่มอย่างสุรินทร์ ยังเขียวสด บุตรชายนายสาคร ยังเขียวสด คือการเผยแพร่
ศาสตร์และศิลป์การแสดง หุ่นละครเล็กผ่านการศึกษาในรูปแบบของ " ศูนย์วัฒนธรรมหุ่นละครเล็ก "
คือ โครงการที่สุรินทร์มุ่งมั่นที่จะผลักดันให้เป็นจริง เพื่อให้เป็น ห้องเรียนทางวัฒนธรรม และเป็นอนุสรณ์ แทนคุณพ่อครูโจหลุยส์บรมครูผู้ฟื้นลมหายใจ หุ่นละครเล็ก

หุ่นละครเล็ก เป็นศิลปะการแสดงที่ผสานศิลปะหลายแขนง ได้แก่

- หัตถศิลป์ หรือการสร้างองค์ประกอบของหุ่น
- ประณีตศิลป์ ในการสร้างเครื่องแต่งกาย
- นาฏศิลป์ หรือการใช้ลีลาท่าเชิด
- คีตศิลป์ หรือดนตรี
- มัณฑนศิลป์ หรือการจัดฉาก

หัตถศิลป์สื่อชีวิต

หุ่นละครเล็กของครูโจหลุยส์ สร้างเลียนหุ่นของพ่อครูแกร เพื่อรำลึกถึงพระคุณครูและเพื่ออนุรักษ์
ฟื้นฟูศิลปะแขนงนี้ หุ่นพ่อครูแก รที่เก็บรักษาไว้ที่เมืองโบราณขณะนี้ มีลักษณะเป็นหุ่นที่มีหัว แขน
มือ เท่าแบบหุ่นหลวงหรือหุ่นใหญ่ สูงประมาณ ๑ เมตร สร้างด้วยไม้ ภายในกลวง โครงหุ่นท่อน
บนทำจากกระดาษข่อย ท่อนล่างทำด้วยโครงลวด ประกอบกันด้วยกลไกทีสลับซับซ้อนต่อสาย
ระโยงระยาง สำหรับถือบังคับให้ส่วนต่าง ๆ เคลื่อนไหวได้ ถ้าเป็นตัวเอกมีสายใยที่ข้อมือ ทำให้

หักข้อมือและชี้นิ้วได้หากเป็นตัวตลกมือจะแข็ง

สำหรับตัวนางที่มีบุคลิกแปร้นแปร๋ตรงคอมีชิ้นไม้สี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ๒ ชิ้น ให้คนเชิดกดเพื่อให้หุ่นยักคอ
ได้แบบละครจริง แต่ตัวพระ ไม่มีชิ้นไม้ดังกล่าว จึงเหลียวคอซ้ายขวาตามธรรมดา ตัวตลกอ้าปากได้ ตัวหุ่นประเภทนี้ใช้ผ้ามุ้งแซมตรงคอเพื่อให้ย่น ๆ จะได้อ้าปากหุบ ปากได้ หุ่นทุกตัวกลอกตาไม่ได้
เพราะตาทำด้วยลูกแก้ว หัวโขนก็ถอดไม่ได้ เว้นตัวนางผีเสื้อสมุทร ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าหุ่นทุกตัว
จะถอด หัวได้

หุ่นละครเล็กที่ครูโจหลุยส์สร้างขึ้นนั้นได้มีการพัฒนาปรับเปลี่ยนในหลายด้าน เพื่อให้หุ่น
ดูเหมือนมีชีวิต ทั้งโครงสร้างทางสรีระ ใบหน้าและกลไกที่ทำให้หุ่นสามารถเคลื่อนไหวได้เหมือน
จริงมากที่สุดประกอบด้วย ส่วนหัว ส่วนลำตัว และแขนขาส่วนประกอบดัง กล่าวสร้าง ให้หุ่น
สามารถเคลื่อนไหวได้เหมือนคน

ใจถ่ายทอดชีวิต

ลีลาที่เปี่ยมด้วยชีวิตชีวา เกิดจากความสามารถของผู้เชิดในการถ่ายทอดชีวิตจิตใจ ความงามแห่ง
การร่ายรำ ผ่านกลไกควบคุมให้ หุ่นเคลื่อนไหวให้ได้ลีลาสวยสมใจผู้เชิดหุ่นละครเล็กจะต้องมี
ความชำนาญและรู้ศิลปะโขนละครเป็นอย่างดี การเชิดหุ่นละครเล็กแตกต่าง จากการเชิดหุ่นประเภท
อื่น คือ ใช้ผู้เชิด ๓ คน ต่อหุ่น ๑ ตัว โดยเฉพาะการเชิดหุ่นตัวพระ ยักษ์ และลิง เพื่อให้หุ่นมีท่วงท่า
การรำที่งด งามเหมือนจริงตัวนางใช้คนเชิด ๒ คน ส่วนตัวตลกใช้คนเชิดคนเดียว หุ่นตัวที่เชิดยาก
ที่สุด คือหุ่นลิง รองลงมาคือ หุ่นยักษ์